ฮอลิเดย์พาเลซ คึกครึ่งหลัง! เซบีญารัวดับหงส์ 3-1 ซิวแชมป์ยูโรป้า 3 สมัยติด

ฮอลิเดย์พาเลซ

ฟุตบอลสโมสรยุโรปยังได้แชมป์เป็นหน้าเดิมต่อไปนั่นคือ เซบีญา ที่มาระเบิดฟอร์มเก่งในครึ่งหลังแซงชนะลิเวอร์พูลได้สำเร็จ คว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันพร้อมโควต้าลุยรอบแบ่งกลุ่ม UCL ด้วย

ฮอลิเดย์พาเลซ ศึกฟุตบอลยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2015-2016 รอบชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง ลิเวอร์พูล อดีตแชมป์ 3 สมัย ซึ่งจะเผชิญหน้ากับ เซบีญา อดีตแชมป์ 4 สมัย และมีดีกรีเป็นแชมป์เก่าทีมล่าสุดอีกด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของหงส์แดง ซึ่งพาทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลนี้ ต่อจากแคปิตอล วัน คัพ ซึ่งแพ้จุดโทษแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยปรับทัพจากนัดส่งท้ายพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่บุกเสมอเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-1 แบบยกชุด นำโดยสามประสานงานในแนวรุกอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน, ฟิลิปป์ คูตินโญ และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์

ด้านแชมป์เก่าของ อูไน เอเมรี หวังป้องกันแชมป์ให้ได้อีกสมัย โดยในตำแหน่งผู้รักษาประตูตัดสินใจเลือกมือ 2 อย่าง ดาบิด โซเรีย ซึ่งเป็นตัวจริงมาตลอดในรายการนี้ ลงเฝ้าเสาก่อนหน้า เซร์คิโอ ริโก้ ซึ่งเพิ่งจะมีชื่อติดทีมชาติสเปนชุดลุยยูโร 2016 ด้วย ส่วนแนวรุกเป็นไปตามความคาดหมาย วาง เควิน กาเมโร ยืนเป็นหน้าเป้า คอยทำเกมรุกร่วมกับ เอแวร์ บาเนก้า และ บิโตโล

ออกสตาร์ตเกมมาเพียงแค่ 7 นาทีเท่านั้น เป็นลิเวอร์พูลที่ได้โอกาสทักทายแบบจะแจ้งก่อน จากจังหวะที่ นาธาเนียล ไคลน์ ผ่านบอลจากกราบขวาหมายจะให้ สเตอร์ริดจ์ แต่ย้อนหลังไป ยังดีที่ลูกไหลมาเข้าทาง เอ็มเร จัน ซัดไกลด้วยขวาเต็มข้อกว่า 30 หลา ก่อนจะโดน โซเรีย พุ่งปัดทิ้งไปได้อย่างยอดเยี่ยม

ถัดมาอีก 3 นาที หงส์แดงมีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ ไคลน์ ครอสบอลจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาให้ สเตอร์ริดจ์ โหม่งย้อนศรไปเสาแรก แต่โดน ดาเนียล คาร์ริโก้ วิ่งมาเคลียร์ออกจากหน้าปากประตูไปหวุดหวิด

จากนั้นนาทีที่ 31 เซบีญามีโอกาสบ้าง จากจังหวะ กาเมโร เก็บตกบอลที่ขลุกขลิกอยู่ในกรอบเขตโทษได้ ก่อนจะตัดสินใจกระโดดยิงแบบจักรยานด้วยขวา แต่ลูกพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวอย่างน่าเสียดาย

จนกระทั่งนาทีที่ 35 ทีมจากอังกฤษที่ทำเกมรุกเหนือกว่าก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ คูตินโย จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ สเตอร์ริดจ์ ยิงกึ่งดีดไซด์ก้อยด้วยซ้ายข้างถนัด ส่งลูกพุ่งเสียเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้อดีตแชมป์ 3 สมัยออกนำ 1-0

ต่อมานาทีที่ 38 ลิเวอร์พูลเกือบจะบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ เจมส์ มิลเนอร์ เปิดให้ เดยัน ลอฟเรน โหม่งเข้าไปตุงตาข่ายแล้ว แต่ถูกผู้ตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้าเสียก่อน เนื่องจากจังหวะที่บอลกำลังจะกระดอนเข้าประตู มี สเตอร์ริดจ์ ที่ยืนล้ำหน้าอยู่มีส่วนกับการเล่นด้วย ทำให้จบ 45 นาทีแรกเป็นหงส์แดงที่นำอยู่ 1-0 เหมือนเดิม

เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เป็นฝั่งเซบีญาที่สามารถตามตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ มาเรียโน แตะลอดขาด อัลแบร์โต้ โมเรโน ก่อนจะลากไปสุดเส้นหลังฝั่งขวาแล้วตบเข้ากลางให้ กาเมโร วิ่งโฉบมาแปด้วยซ้ายจ่อๆเข้าไปง่ายๆ ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

จากนั้นนาทีที่ 59 แชมป์เก่าเกือบจะพลิกขึ้นนำได้บ้าง จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ บาเนก้า เปิดให้ สตีเวน เอ็นซองซี โขกเช็ดต่อให้ กาเมโร ตวัดยิงตามน้ำระยะเผาขนด้วยซ้าย แต่ไปติดเซฟของ ซิมง มิโญเลต์ ออกหลังหวุดหวิด

อย่างไรก็ตาม ทีมจากสเปนก็มาพังประตูแซงนำจนได้ ในนาทีที่ 64 จากจังหวะที่ บิโตโล ทำชิ่งกับ บาเนก้า ก่อนจะดีดต่อให้ ฆอร์เก้ อันดูฆาร์ “โคเก้” วิ่งโฉบมาปั่นด้วยขวาส่งบอลโค้งเสียเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้แชมป์เก่าพลิกแซงนำ 2-1